ก่อนเลือกใช้ AI ช่วยวินิจฉัย: เช็กลิสต์ความปลอดภัย ความแม่นยำ และต้นทุนสำหรับสถานพยาบาล

webmaster

AI 의료진단의 안전성 검토 - Photorealistic Thai hospital consultation room, a Thai female doctor in a white coat carefully revie...

AI ช่วยวินิจฉัยอาจเพิ่มความเร็วในการคัดกรองและจัดลำดับความเร่งด่วน แต่ไม่ควรใช้แทนการตัดสินใจของแพทย์ บทความนี้สรุปเกณฑ์ตรวจสอบความแม่นยำ อคติข้อมูล ความเป็นส่วนตัว การเชื่อมต่อระบบ และต้นทุนก่อนจัดซื้อ

AI 의료진단의 안전성 검토 관련 이미지 1

AI ช่วยวินิจฉัยมีประโยชน์ได้เมื่อใช้เป็นเครื่องมือสนับสนุน โดยมีแพทย์ทบทวนผลและมีขั้นตอนรับมือความผิดปกติที่ชัดเจน ไม่ควรใช้แทนข้อสรุปทางการแพทย์ของบุคลากร

ก่อนเลือกแพลตฟอร์ม AI ทางการแพทย์ สถานพยาบาลควรตรวจทั้งความแม่นยำกับข้อมูลจริง ความปลอดภัยของข้อมูลผู้ป่วย การเชื่อมต่อ HIS/EMR และต้นทุนตลอดอายุสัญญา

ระบบที่ทำงานดีในชุดทดสอบหนึ่ง อาจให้ผลต่างออกไปเมื่อใช้กับประชากร เครื่องมือเก็บข้อมูล หรือขั้นตอนงานที่ต่างกัน

จุดตัดสินใจจึงไม่ใช่เพียงดูว่าซอฟต์แวร์ให้คะแนนได้เร็วเพียงใด แต่ต้องดูว่าใครรับผิดชอบผลลัพธ์ ใครเห็นข้อมูลได้ และเมื่อระบบไม่แน่ชัดจะส่งต่อเคสอย่างไร

สำหรับคลินิกและโรงพยาบาล การเปรียบเทียบเงื่อนไขบริการ รายงานการทดสอบ และรูปแบบค่าใช้งานอย่างเป็นระบบ ช่วยลดความเสี่ยงก่อนเริ่มใช้งานจริงได้มากกว่าเลือกจากคำโฆษณาเพียงอย่างเดียว

สรุปแบบรวดเร็ว

  • ใช้ AI เป็นผู้ช่วยได้ แต่ต้องตรวจสอบข้อมูล ขั้นตอนทำงาน และความรับผิดชอบก่อนนำไปใช้กับผู้ป่วย
  • ความแม่นยำต้องดูตามบริบทจริง รวมถึงผลบวกลวง ผลลบลวง ความไว และความจำเพาะ ไม่ใช่ดูตัวเลขเดียว
  • ต้นทุนจริงไม่ได้มีแค่ค่าสมาชิก ยังรวมการเชื่อมต่อ HIS/EMR การอบรม การดูแลข้อมูล และการติดตามหลังอัปเดต
รูปแบบการใช้ AI บทบาทที่เหมาะสม ความเสี่ยงที่ต้องควบคุม ต้นทุนหรือทรัพยากรที่ควรประเมิน ความเหมาะสมของหน่วยงาน
AI สำหรับคัดกรอง ช่วยจัดลำดับความเร่งด่วนหรือระบุเคสที่ควรทบทวนก่อน พลาดเคสสำคัญ หรือแจ้งเตือนมากเกินจนกระทบขั้นตอนงาน การตั้งขั้นตอนส่งต่อ การอบรมผู้ใช้งาน และการทดสอบกับข้อมูลจริง คลินิกที่มีเกณฑ์ส่งต่อชัดเจน และโรงพยาบาลที่ต้องจัดคิวเคส
AI ช่วยอ่านผล ช่วยชี้จุดที่ควรให้บุคลากรตรวจสอบจากข้อมูลหรือภาพ ผู้ใช้เชื่อผลลัพธ์มากเกินไป หรือใช้กับอุปกรณ์ต่างจากเงื่อนไขทดสอบ การเชื่อมต่อระบบเดิม การจัดการข้อมูล และการทบทวนโดยแพทย์ หน่วยงานที่มีผู้เชี่ยวชาญกำกับผลลัพธ์ทุกเคส
AI สนับสนุนการตัดสินใจ นำเสนอข้อมูลประกอบ เช่น คะแนนความเสี่ยงหรือข้อควรพิจารณา ตีความคะแนนโดยละเลยอาการ ประวัติ และผลตรวจอื่น การกำหนดสิทธิ์เข้าถึง บันทึกการใช้งาน และธรรมาภิบาลข้อมูล โรงพยาบาลที่มีทีมคลินิก IT และผู้รับผิดชอบร่วม
Advertisement

AI ช่วยวินิจฉัยปลอดภัยแค่ไหนเมื่อใช้ในงานจริง

คำตอบสั้น: ปลอดภัยได้เมื่อมีแพทย์กำกับและมีระบบตรวจสอบ

AI ช่วยวินิจฉัยจะปลอดภัยขึ้นเมื่อถูกวางเป็น ข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจ ไม่ใช่ผู้ตัดสินผลแทนแพทย์หรือบุคลากรทางการแพทย์ ระบบอาจช่วยคัดกรอง จัดลำดับความเร่งด่วน หรือชี้ข้อมูลที่ควรตรวจซ้ำได้ แต่ผลลัพธ์ควรผ่านการพิจารณาร่วมกับอาการ ประวัติผู้ป่วย และผลตรวจอื่นเสมอ

ก่อนใช้งานจริง ควรถามให้ชัดว่า AI ออกแบบมาเพื่อช่วยงานขั้นตอนไหน ใครเป็นผู้ตรวจทาน และผู้ใช้ต้องทำอะไรเมื่อผลลัพธ์ขัดกับการประเมินทางคลินิก หากคำตอบยังไม่ชัด การนำระบบเข้าสู่กระบวนการดูแลผู้ป่วยย่อมมีความเสี่ยง

แยกบทบาทระหว่างการคัดกรอง การช่วยอ่านผล และการตัดสินใจรักษา

การใช้ AI เพื่อ คัดกรอง แตกต่างจากการใช้เพื่อ ช่วยอ่านผล และต่างจากการใช้เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจรักษาอย่างมีนัยสำคัญ งานคัดกรองอาจเน้นการระบุเคสที่ควรได้รับการทบทวนก่อน ขณะที่งานช่วยอ่านผลควรมีผู้เชี่ยวชาญตรวจสอบผลทุกครั้ง ส่วนคะแนนความเสี่ยงหรือคำแนะนำจากระบบไม่ควรถูกตีความเป็นคำสั่งรักษาโดยอัตโนมัติ

การกำหนดบทบาทให้แคบและตรวจสอบได้ ช่วยให้ทีมเห็นขอบเขตความรับผิดชอบชัดเจนขึ้น รวมถึงช่วยประเมินว่าควรลงทุนในแพลตฟอร์ม AI ทางการแพทย์ระดับใด

ความเสี่ยงที่ยังต้องรับผิดชอบโดยสถานพยาบาล

สถานพยาบาลยังต้องรับผิดชอบต่อกระบวนการใช้งาน แม้จะซื้อซอฟต์แวร์จากผู้ให้บริการภายนอก ความเสี่ยงสำคัญคือโมเดลอาจให้ผลต่างกันตามชนิดข้อมูล กลุ่มประชากร เครื่องมือเก็บข้อมูล และขั้นตอนทำงานของแต่ละแห่ง นอกจากนี้ยังมีประเด็นสิทธิ์เข้าถึงข้อมูลผู้ป่วย การบันทึกการใช้งาน และแผนรับมือเมื่อระบบขัดข้อง

อย่าถามเพียงว่า AI แม่นหรือไม่ แต่ควรถามต่อว่า “แม่นกับผู้ป่วยกลุ่มใด ภายใต้ข้อมูลแบบใด และเมื่อผิดพลาดจะมีคนตรวจพบได้อย่างไร”

Advertisement

เปรียบเทียบเกณฑ์ความปลอดภัย ความแม่นยำ และความคุ้มค่าก่อนเลือกใช้

ดูความไว ความจำเพาะ ผลบวกลวง และผลลบลวงร่วมกัน

รายงานประสิทธิภาพของระบบควรอธิบายมากกว่าคำว่า “แม่นยำ” ผู้ประเมินควรดู ความไว ว่าระบบตรวจพบกรณีที่เกี่ยวข้องได้เพียงใด ดู ความจำเพาะ ว่าระบบหลีกเลี่ยงการแจ้งผลกับกรณีที่ไม่เกี่ยวข้องได้เพียงใด และดูผลกระทบของ ผลบวกลวง กับ ผลลบลวง ในงานจริง

ตัวอย่างเช่น ระบบที่แจ้งเตือนมากอาจเพิ่มภาระการทบทวนของทีม ขณะที่ระบบที่พลาดเคสอาจกระทบความปลอดภัยผู้ป่วย การเลือกเกณฑ์จึงต้องผูกกับขั้นตอนงานและความสามารถในการทบทวนของหน่วยงาน ไม่ควรตัดสินจากตัวเลขใดตัวเลขหนึ่ง

ตรวจว่าข้อมูลทดสอบครอบคลุมผู้ป่วยของคุณหรือไม่

ข้อมูลฝึกสอนหรือข้อมูลทดสอบที่ไม่ครอบคลุมผู้ป่วยหลายกลุ่ม อาจทำให้เกิด ความเอนเอียงในการทำนาย ควรขอข้อมูลเกี่ยวกับกลุ่มผู้ป่วย ชนิดข้อมูล และเงื่อนไขการทดสอบที่ผู้ให้บริการใช้ แล้วเปรียบเทียบกับลักษณะผู้รับบริการของสถานพยาบาลตนเอง

หากเครื่องมือเก็บข้อมูลหรือกระบวนการทำงานของหน่วยงานต่างจากเงื่อนไขทดสอบเดิม ควรวางแผนทดลองใช้และติดตามผลก่อนขยายการใช้งาน ไม่ควรสรุปว่าผลจากการทดสอบหนึ่งจะใช้ได้เท่ากันกับผู้ป่วยทุกกลุ่ม

มองต้นทุนรวมของซอฟต์แวร์ การเชื่อมต่อ และการดูแลหลังติดตั้ง

การเปรียบเทียบค่าใช้งาน AI ไม่ควรมองแค่ค่าสมาชิกหรือค่าใบอนุญาต ต้นทุนรวมอาจเกี่ยวข้องกับการติดตั้ง การเชื่อมต่อ HIS/EMR การปรับขั้นตอนงาน การอบรมบุคลากร การสนับสนุนทางเทคนิค และการตรวจสอบประสิทธิภาพต่อเนื่อง

รูปแบบสัญญา จำนวนผู้ใช้ ปริมาณการตรวจ และบริการสนับสนุน ล้วนทำให้ค่าใช้จ่ายจริงแตกต่างกันได้ ก่อนจัดซื้อควรขอเงื่อนไขค่าใช้จ่ายอย่างละเอียด รวมถึงขอบเขตงานที่รวมอยู่และรายการที่อาจคิดเพิ่มในภายหลัง

Advertisement

ขั้นตอนตรวจสอบก่อนนำระบบเข้าสู่คลินิกหรือโรงพยาบาล

กำหนด use case และขอบเขตที่ห้ามใช้ให้ชัดเจน

เริ่มจากการระบุ use case ที่เฉพาะเจาะจง เช่น ใช้เพื่อจัดลำดับเคส ใช้เพื่อชี้ข้อมูลที่ควรทบทวน หรือใช้เพื่อแสดงคะแนนประกอบการพิจารณา จากนั้นระบุให้ชัดว่า AI ไม่ควรใช้ในสถานการณ์ใด ใครเป็นผู้ใช้งาน และต้องมีการทบทวนของแพทย์ในจุดใด

ขอบเขตที่ชัดช่วยป้องกันการนำผลลัพธ์ไปใช้เกินวัตถุประสงค์ และทำให้ทีม IT ทีมคลินิก และผู้บริหารประเมินความเสี่ยงร่วมกันได้ตรงประเด็น

ทดลองใช้กับกระบวนการจริงโดยไม่ลดการทบทวนของแพทย์

ช่วงทดลองใช้ควรดูว่า AI เข้ากับขั้นตอนจริงหรือไม่ ไม่ใช่ดูเพียงผลลัพธ์บนหน้าจอ ควรติดตามว่าระบบสร้างภาระเพิ่มหรือช่วยลดขั้นตอนใด มีเคสใดที่ผลไม่ชัดเจน และแพทย์สามารถทบทวนหรือคัดค้านผลจากระบบได้สะดวกเพียงใด

ระหว่างทดลองใช้ ไม่ควรลดมาตรฐานการทบทวนของบุคลากรเพียงเพราะระบบให้ผลรวดเร็ว การใช้จริงควรเริ่มเมื่อมีขั้นตอนส่งต่อเคสผิดปกติ เคสไม่ชัดเจน และเคสที่ระบบใช้งานไม่ได้แล้ว

ตรวจสิทธิ์เข้าถึงข้อมูล การเข้ารหัส บันทึกการใช้งาน และแผนรับมือเหตุขัดข้อง

ระบบที่เชื่อมต่อข้อมูลผู้ป่วยต้องมี การกำหนดสิทธิ์เข้าถึง ที่เหมาะกับบทบาทผู้ใช้ มีมาตรการปกป้องข้อมูลส่วนบุคคล และมีบันทึกการใช้งานเพื่อให้ตรวจสอบย้อนหลังได้ ควรประเมินด้วยว่าการรับส่งข้อมูลเกิดขึ้นในส่วนใด ผู้ให้บริการเข้าถึงข้อมูลภายใต้เงื่อนไขใด และหน่วยงานสามารถตรวจสอบกิจกรรมสำคัญได้หรือไม่

ควรมีแผนปฏิบัติงานเมื่อระบบล่ม การเชื่อมต่อขัดข้อง หรือผลลัพธ์ไม่พร้อมใช้งาน เพื่อให้การดูแลผู้ป่วยดำเนินต่อได้โดยไม่พึ่งพาระบบเพียงทางเดียว

Advertisement

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อยในการใช้ AI ทางการแพทย์

AI 의료진단의 안전성 검토 관련 이미지 2

เชื่อคะแนนความเสี่ยงโดยไม่ดูอาการ ประวัติ และผลตรวจอื่น

คะแนนจาก AI เป็นข้อมูลหนึ่งในกระบวนการประเมิน ไม่ใช่ข้อสรุปทั้งหมด การพิจารณาโดยไม่ดูบริบทของผู้ป่วยอาจทำให้เกิดการตีความที่ไม่เหมาะสม จึงควรกำหนดให้ผลลัพธ์จากระบบถูกทบทวนควบคู่ข้อมูลทางคลินิกเสมอ

ใช้โมเดลกับข้อมูลหรืออุปกรณ์ที่ต่างจากเงื่อนไขการทดสอบ

เมื่อชนิดข้อมูล วิธีเก็บข้อมูล หรืออุปกรณ์แตกต่างจากที่ใช้ทดสอบประสิทธิภาพ ผลลัพธ์อาจเปลี่ยนไปได้ ทีมจัดซื้อและทีมคลินิกควรตรวจเอกสารการทดสอบ แล้วเปรียบเทียบกับสภาพแวดล้อมของตนก่อนเริ่มใช้งาน

ไม่มีช่องทางส่งต่อเคสที่ AI ระบุว่าไม่แน่ชัด

ผลที่ไม่ชัดเจนไม่ควรถูกปล่อยผ่าน ต้องมีผู้รับผิดชอบและเส้นทางส่งต่อที่ระบุไว้ล่วงหน้า รวมถึงขั้นตอนเมื่อแพทย์ไม่เห็นด้วยกับผลจาก AI เพราะจุดนี้คือส่วนสำคัญของความปลอดภัยผู้ป่วย

ละเลยการติดตามผลหลังระบบได้รับการอัปเดต

ซอฟต์แวร์ AI อาจได้รับการอัปเดต ดังนั้นผลการทำงานหลังปรับรุ่นไม่ควรถูกสมมติว่าเหมือนเดิม ควรมีกระบวนการติดตามประสิทธิภาพ รับข้อสังเกตจากผู้ใช้ และทบทวนผลกระทบต่อขั้นตอนงานอย่างต่อเนื่อง

Advertisement

เลือกแนวทางตามขนาดและความพร้อมของสถานพยาบาล

คลินิกขนาดเล็ก: เริ่มจากงานคัดกรองที่มีขั้นตอนส่งต่อชัดเจน

คลินิกที่มีทรัพยากรจำกัดอาจเริ่มจากงานคัดกรองที่มีขอบเขตแคบ ใช้ได้กับขั้นตอนที่มีผู้รับผิดชอบทบทวนชัดเจน และมีช่องทางส่งต่อเมื่อพบผลผิดปกติหรือไม่แน่ชัด ควรหลีกเลี่ยงการใช้ระบบที่เพิ่มภาระการจัดการข้อมูลเกินกว่าทีมจะดูแลได้

โรงพยาบาล: วางแผนเชื่อมต่อ HIS/EMR การกำกับดูแล และทีมรับผิดชอบร่วม

โรงพยาบาลควรประเมินการเชื่อมต่อ HIS/EMR ตั้งแต่ต้น เพราะส่งผลต่อข้อมูล การกำหนดสิทธิ์ และความต่อเนื่องของงาน ควรมีผู้รับผิดชอบร่วมระหว่างทีมคลินิก ทีม IT ผู้ดูแลข้อมูล และผู้บริหาร เพื่อให้การตัดสินใจเรื่องแพลตฟอร์ม AI ไม่แยกออกจากมาตรฐานความปลอดภัยขององค์กร

หน่วยงานที่มีข้อมูลอ่อนไหวสูง: ให้ความสำคัญกับสัญญาคุ้มครองข้อมูลและการตรวจสอบผู้ให้บริการ

หากข้อมูลมีความอ่อนไหวสูง ควรพิจารณาเงื่อนไขสัญญาเรื่องการคุ้มครองข้อมูล การเข้าถึงข้อมูล การบันทึกกิจกรรม และบทบาทของผู้ให้บริการให้รอบด้าน ควรตรวจสอบสถานะการอนุมัติหรือข้อกำกับดูแลตามประเภทผลิตภัณฑ์และขอบเขตการใช้งานในประเทศไทยก่อนตัดสินใจ

Advertisement

เลือกเกณฑ์ที่ต้องขอจากผู้ให้บริการ

  • ขอบเขตการใช้งาน: ระบบช่วยงานใด ใช้กับข้อมูลแบบใด และมีกรณีใดที่ไม่ควรใช้
  • รายงานผลทดสอบ: ขอรายละเอียดความไว ความจำเพาะ ผลบวกลวง ผลลบลวง และลักษณะกลุ่มข้อมูลที่ใช้ประเมิน
  • การเชื่อมต่อระบบ: ตรวจเงื่อนไขการเชื่อมต่อ HIS/EMR สิทธิ์เข้าถึงข้อมูล และบันทึกการใช้งาน
  • SLA และการสนับสนุน: ขอขอบเขตบริการ การรับมือเหตุขัดข้อง การแจ้งอัปเดต และช่องทางช่วยเหลือ
  • เงื่อนไขค่าใช้จ่าย: แยกค่าใช้งาน ค่าติดตั้ง ค่าเชื่อมต่อ ค่าอบรม และค่าใช้จ่ายในการดูแลต่อเนื่อง
  • ความรับผิดชอบเมื่อเกิดเหตุ: ระบุบทบาทของสถานพยาบาลและผู้ให้บริการให้ตรวจสอบได้
Advertisement

สรุปเกณฑ์เลือกและเปรียบเทียบก่อนตัดสินใจ

ก่อนเลือกใช้ระบบ AI ช่วยวินิจฉัย ให้ตรวจเช็กประเด็นต่อไปนี้: หลักฐานการทดสอบตรงกับผู้ป่วยและข้อมูลของคุณหรือไม่, มีแพทย์ทบทวนผลในทุกจุดที่จำเป็นหรือไม่, รองรับการเชื่อมต่อ HIS/EMR และการควบคุมสิทธิ์หรือไม่, มีขั้นตอนรองรับผลไม่ชัดเจนและระบบขัดข้องหรือไม่, และต้นทุนรวมตลอดอายุสัญญาครอบคลุมอะไรบ้าง

ควรเปรียบเทียบค่าใช้จ่ายตลอดอายุสัญญา ไม่ใช่เฉพาะราคาเริ่มต้น พร้อมขอเอกสารด้านความปลอดภัย การสนับสนุน และความรับผิดชอบเมื่อเกิดเหตุอย่างเป็นลายลักษณ์อักษร AI ควรถูกเลือกเมื่อช่วยลดภาระงานโดยไม่ลดมาตรฐานความปลอดภัยผู้ป่วย

รายละเอียดเงื่อนไขการเชื่อมต่อระบบ รายงานการทดสอบ และบริการสนับสนุน ควรตรวจจากเอกสารหรือหน้าข้อมูลอย่างเป็นทางการของผู้ให้บริการก่อนเปรียบเทียบแพลตฟอร์ม

Advertisement

ส่งท้าย

AI ทางการแพทย์ไม่ใช่คำตอบสำเร็จรูปสำหรับทุกหน่วยงาน คุณค่าของมันขึ้นอยู่กับการเลือกงานที่เหมาะสม คุณภาพข้อมูล การกำกับโดยบุคลากร และความพร้อมของระบบงานรอบด้าน

การเริ่มจากขอบเขตเล็กที่ตรวจสอบได้ มักช่วยให้เห็นทั้งประโยชน์และข้อจำกัดก่อนขยายการใช้งาน สิ่งสำคัญที่สุดคือผู้ป่วยยังได้รับการประเมินด้วยมาตรฐานที่รอบคอบ แม้ระบบจะทำงานได้รวดเร็วขึ้นก็ตาม

Advertisement

ข้อมูลที่ควรรู้เพิ่มเติม

1. ผลลัพธ์ AI ควรมีช่องทางให้ผู้ใช้ตรวจสอบและทบทวนได้

2. ความปลอดภัยของข้อมูลไม่ใช่เรื่องของทีม IT เพียงฝ่ายเดียว แต่เกี่ยวข้องกับขั้นตอนใช้งานจริงของทุกทีม

3. เมื่อมีการอัปเดตซอฟต์แวร์ ควรติดตามว่าประสิทธิภาพและขั้นตอนงานเปลี่ยนไปหรือไม่

4. สถานะข้อกำกับดูแลในประเทศไทยต้องตรวจสอบตามประเภทผลิตภัณฑ์และขอบเขตการใช้งานจริง

ข้อควรระวังสำคัญ

ไม่สามารถระบุได้ว่า AI รุ่นใดปลอดภัยหรือแม่นยำที่สุดโดยไม่ทราบโรค ประเภทข้อมูล และสถานที่ใช้งาน ผลจากการทดสอบหนึ่งไม่ควรถูกนำไปสรุปแทนผู้ป่วยทุกกลุ่ม ค่าใช้จ่ายจริงและเงื่อนไขบริการต้องตรวจสอบตามสัญญา ปริมาณใช้งาน การเชื่อมต่อระบบเดิม และบริการสนับสนุนของแต่ละผู้ให้บริการ

คำถามที่พบบ่อย

Q1. AI ช่วยวินิจฉัยโรคแทนแพทย์ได้หรือไม่?

A1. ไม่ควรใช้แทนการตัดสินใจของแพทย์ ผลจาก AI ควรเป็นข้อมูลสนับสนุนการประเมิน โดยพิจารณาร่วมกับอาการ ประวัติ และผลตรวจอื่น รวมถึงต้องมีขั้นตอนทบทวนเมื่อผลผิดปกติหรือไม่ชัดเจน

Q2. ก่อนซื้อระบบ AI สำหรับคลินิก ควรถามผู้ให้บริการเรื่องค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง?

A2. ควรถามทั้งค่าใช้งานหรือค่าใบอนุญาต ค่าติดตั้ง ค่าเชื่อมต่อ HIS/EMR ค่าอบรม ค่าใช้จ่ายสำหรับบริการสนับสนุน และเงื่อนไขที่อาจเกิดขึ้นเมื่อมีจำนวนผู้ใช้หรือปริมาณการตรวจเปลี่ยนไป

Q3. จะตรวจสอบได้อย่างไรว่า AI มีความปลอดภัยกับกลุ่มผู้ป่วยของสถานพยาบาลเรา?

A3. ขอรายงานผลทดสอบที่ระบุชนิดข้อมูล กลุ่มผู้ป่วย และเงื่อนไขการใช้งาน จากนั้นเปรียบเทียบกับบริบทของหน่วยงาน ควรทดลองใช้ในกระบวนการจริงโดยยังคงการทบทวนของแพทย์ และติดตามผลหลังเริ่มใช้งานหรือหลังมีการอัปเดตระบบ